การปลูกไม้สักให้ได้ราคาสูง

การปลูกไม้สัก, การปลูกไม้สักให้ได้ราคาสูง, ราคาไม้สักทำอย่างไรจึงจะปลูกไม้สักอายุ 16 ปี ให้เป็นไม้ ซึงสักโตมากกว่า 110 เซนติเมตร และยาวมาก กว่า 6.50 เมตร หรือมีมูลค่าของต้นสักซึ่ง เปรียบเสมือนเป็นทองคำเขียบบนดินเท่ากับราคาทองคำจริงๆให้ได้นั้น มีคำตอบดังต่อไปนี้ วิธีการปลูก-บำรุงสวนสักอายุ 16 ปีให้มีมูลค่าสูงด้วยบันได 6 ขั้น

การปลูกไม้สักร่วมยางพารา

การปลูกไม้สัก,การปลูกยางพารา, การปลูกไม้สักร่วมยางพาราการใช้ระบบวนเกษตร มาประยุกต์ใช้กับสวนยางพารา โดยการปลูกต้นสักแซมในระหว่างแถวยาง จะช่วยให้ชาวสวนยางมีไม้ใช้สอยที่มีคุณค่าทางการเศรษฐกิจ จะช่วยสร้างฐานะให้แก่เกษตรกรมีฐานะมั่นคงขึ้น หรือหากภายหลังที่่สวนยางให้ผลผลิตน้อยลงและทำการตัดโค่นเพื่อขายไม้ยางพารา แล้ว หากไม่ประสงค์จะโค่นต้นสัก ป่าสักก็จะคงอยู่เป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น ทำให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน
สัก เป็นไม้ที่มีลวดลายสีสันสวยงาม เลื่อยไสตกแต่งง่าย ยืดหดตัวน้อยไม่ฉีกหรือแตกง่าย น้ำหนักเบาแข็งแรง มีความทนทานสูง ไม่ว่าจะต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพลม ฟ้า อากาศ หรือแมลงและเห็ดรา และที่สำคัญที่สุด คือมีราคาแพงกว่าไม้ชนิดอื่น

ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากไม้สัก

ผลตอบแทนจากไม้สัก, ตลาดไม้สักในการหาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการปลูกสร้างสวนป่าไม้สักนั้น  ได้มีการศึกษาในพื้นที่ที่ต้นสักเจริญเติบโตดี  โดยกำหนดรอบตัดฟันไว้  15  ปี  อัตราความเพิ่มพูน 7  เซนติเมตรต่อปี  กำหนดให้มีการตัดไม้บำรุงป่าในปีที่ 6  และทำการตัดสางขยายระยะในปีที่ 11  ได้ปริมาตรไม้ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่  โดยจำนวนต้นไม้ที่ปลูกระยะ 2 x 4 เมตร  มีจำนวน 200 ต้นต่อไร่  (อายุ 1 – 5 ปี  มีต้นไม้ 180 ต้นต่อไร่ อายุ 6 – 10 ปี  มีต้นไม้ 90 ต้นต่อไร่  อายุ 11 – 15 ปี  มีต้นไม้ 45 ต้นต่อไร่)  และผลผลิตเมื่อไม้มีอายุครบรอบตัดฟันจะมีปริมาตรไม่ต่ำกว่า 12 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนต่อไร่และรายละเอียดการดำเนินงานดังแสดงใน  ตารางที่ 7  (ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้)

การปลูกไม้สักและบำรุงสวนไม้สัก

การปลูกไม้สัก,บำรุงสวนไม้สักการปลูกสร้างสวนป่าไม้สักให้ได้ผลดี นอกจากจะต้องมีความรู้ทั่ว ๆ ไป เกี่ยวกับไม้สักแล้ว ยังมีปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ ที่ต้องคำนึงถึง และปฏิบัติอย่างถูกต้องด้วย ดังจะได้กล่าวถึงต่อไปนี้
ก. การคัดเลือกพื้นที่ปลูก

การเตรียมหรือปฏิบัติต่อเมล็ดสักก่อนเพาะ

การเตรียมเมล็ดสัก, เพาะเมล็ดสักตามปกติแล้วก่อนการหว่านเมล็ดสัก จะต้องมีการเตรียมหรือปฏิบัติต่อเมล็ด  (pretreatment)  ทั้งนี้เพื่อให้เมล็ดงอกเร็วขึ้นและสม่ำเสมอ  หากไม่มีการเตรียมเมล็ดที่ดีอาจต้องใช้เวลา  30 – 60 วันก่อนที่เมล็ดจะเริ่มงอก  เป็นเหตุให้ได้กล้าไม้ขนาดไม่เท่ากัน

การเตรียมแปลงเพาะต้นไม้สัก

การเพาะต้นไม้สัก, การเตรียมแปลงต้นไม้สักการจัดหาและการเตรียมพื้นที่แปลงเพาะนับว่ามีความสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในการปลูกสร้างสวนป่าไม้สัก  แปลงเพาะถาวรที่มีการผลิตกล้าไม้เป็นปริมาณมาก  ควรจะมีพื้นที่กว้างขวาง  และมีอุปกรณ์เฉพาะอย่างเพียงพอ  โดยเฉพาะเครื่องจักรกลต่าง ๆ  หรืออาจจะเป็นในรูปกึ่งแรงงานกึ่งเครื่องจักร  (semi-mechanisation)  ก็ได้  แต่หากเป็นศูนย์เพาะชำขนาดใหญ่จริง ๆ  ควรจะเป็นในรูปแบบของการใช้เครี่องจักรกลอย่างสมบูรณ์แบบ  (full – mechanisation)  ทั้งนี้เพราะ

การเก็บรักษาเมล็ดสัก

เมล็ดที่ดีที่สุดสำหรับการเพาะชำคือ  เมล็ดที่เก็บได้ในปีนั้น ๆ แต่มีหลายกรณีที่อาจต้องมีการเก็บรักษาเมล็ดสักข้ามปี  เพราะต้นสักมักจะให้เมล็ดดกปีเว้นปี  ดังนั้นจึงต้องเก็บเมล็ดไว้ให้มากที่สุดในปีที่ต้นสักให้ผลดก  นอกจากนั้นฤดูกาลจัดหาเมล็ดกับฤดูกาลหว่านเพาะเมล็ดสักจะใกล้เคียงกันมาก  อาจมีการล่าช้าไม่ทันเวลา  การกักตุนหรือเก็บรักษาเมล็ดไว้ข้ามปีจะช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามตารางเวลา  และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การเก็บเมล็ดสัก

การเก็บเมล็ดสักเมล็ดสักจะเริ่มแก่ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปจนถึงปลายเดือนเมษายน  ทั้งนี้เพราะดอกสักช่อหนึ่ง ๆ จะให้ดอกตั้งแต่ 100- 3,000 ดอก  และจะเริ่มบานติดต่อกันไปเป็นระยะเวลาประมาณ  3  เดือน  ความแก่อ่อนของเมล็ดสักดูจะมีปัญหาน้อยมาก  เพราะขณะเมล็ดเริ่มแก่จัดจะยังคงติดอยู่กับช่อดอกบนต้น  ต่อเมื่อมีลมแรงมาในระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน  จึงจะเริ่มตกลงดิน  และเก็บเมล็ดจากพื้นดินเพื่อนำไปใช้เพาะต่อไป

การจัดหาเมล็ดไม้สัก

เมล็ดไม้สักการปลูกสร้างสวนป่าไม้สักเป็นการลงทุนระยะยาว  และต้องใช้ทุนค่อนข้างสูง  เพื่อให้การลงทุนได้ผลตอบแทนในทางเศรษฐกิจคุ้มค่า  ดังนั้นจึงต้องมีการเริ่มต้นที่ดี  ถูกต้องและรอบคอบ  คือ  เริ่มต้นจากการใช้เมล็ดพันธุ์ดีสำหรับการปลูกสร้างสวนป่า  เพราะตามความเป็นจริงแล้ว  เงินที่ใช้ลงทุนสำหรับจัดหาเมล็ดพันธุ์ดีเป็นเพียงส่วนน้อยของเงินลงทุนทั้งหมดเท่านั้น  การใช้เมล็ดที่ไม่เหมาะสมจะทำให้ผลผลิตที่ได้ในบั้นปลายไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง  ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ

ลักษณะทั่วไปของไม้สัก

ลักษณะของไม้สักไม้สัก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Tectona  grandis ชื่อสามัญภาษาอังกฤษคือ  Teak  อยู่ในวงศ์  (Family)  Verbenaceae  พบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติใน  4   ประเทศแถบเอเซียเท่านั้น คือ ไทย สหภาพพม่า  อินเดีย  และบางส่วนของ สปป.ลาว  สำหรับในประเทศไทยจะพบกระจายอยู่ทั่วไปทางภาคเหนือ  ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14o – 20o 31’  เหนือ  และระหว่างเส้นแวงที่ 97 o 30’ – 104 o 30’  ตะวันออก  (Mahaphol, 1954)  หรือรวมพื้นที่ป่าที่มีไม้สักขึ้นอยู่ตามธรรมชาติประมาณ 30,000  ตารางกิโลเมตร  (อภิชาติและคณะ, 2536)