ลิ้นจี่

การบังคับดอกลิ้นจี่(ติดลูกดก)
ลิ้นจี่  เป็นผล ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน เป็นผลไม้ที่มีรดชาดหวาน หอม ผลมีสีสัน ที่น่ารับประทาน ลิ้นจี่ ลิ้นจี่เป็นไม้ผลกึ่งเมืองร้อน ลำต้นเป็นทรงพุ่ม แผ่กว้าง เมื่อเจริญเต็มที่ลำต้นสูงประมาณ 10 – 12 เมตร ลิ้นจี่ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศหนาวและกึ่งหนาว ชอบดินร่วนซุย สามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน – กรกฎาคม หลังการเก็บเกี่ยวผลแล้วต้องตัดแต่งกิ่งและให้ปุ๋ยบำรุงต้นให้เจริญเติบโต สมบูรณ์ โดยใส่ปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 20-50 กิโลกรัมต่อต้น พร้อมปุ๋ยเคมี สูตรเสมอ เช่น 25-7-7 อัตรา 2 – 5 กิโลกรัม/ต้น เมื่อแตกใบอ่อน ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น

เทคนิคการทำให้ลิ้นจี่มีดอกดกติดต่อกันทุกปี :

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรมักจะประสบปัญหาการออกช่อดอกดกไม่ติดต่อกันทุกปี เพราะลิ้นจี่มักจะมีช่วงการเก็บอาหารบำรุงต้น ทำให้การออกช่อดกไม่ติดต่อกัน ปัญหานี้จะหมดไปด้วยเทคนิคการตัดท่อน้ำเลี้ยงป้องกันการแตกใบอ่อนด้วยลวดอาบ สังกะสี เป็นเทคนิคเฉพาะของคุณสนั่น คำภีระวงค์ เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ อ.พาน จ.เชียงราย

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการบังคับการออกดอก :

1.ลวดอาบสังกะสี
2.คีมมัดลวด
3.เลื่อยตัดเหล็ก

วิธีการบังคับการออกดอกของลิ้นจี่ :

เลือกกิ่งกลม เลือกทำที่กิ่งลิ้นจี่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3- 4 นิ้ว จากนั้นนำเลื่อยตัดเหล็กมาเลื่อยเฉพาะเปลือกห้ามโดนเนื้อไม้ การเลื่อยควรเลื่อยให้เป็นเส้นเดียวให้ตรงกัน จากนั้นใช้ลวด 1 เส้นมารัด(รัดให้แน่น) บริเวณกิ่งที่เลื่อยไว้ โดยเกษตรกรต้องทำทุกกิ่งยกเว้นกิ่งที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อให้ทำหน้าที่หาอาหารเลี้ยงลำต้น ปล่อยทิ้งไว้ 30 วัน แล้วจึงแกะออก ฉีดพ่นฮอร์โมนเพิ่มน้ำตาลเพ่อทำให้ยอดแก่ ตัดหญ้ารอบๆทรงพุ่มห้ามให้น้ำเด็ดขาด วิธีนี้ให้ทำตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป สามารถบังคับให้ต้นชะลอการแตกใบอ่อน และจะมีผลให้ลิ้นจี่ออกช่อดกติดต่อกันเป็นประจำทุกปี

การผลิตลิ้นจี่นอกฤดู
ในบรรดาผลไม้ที่ ประชาชนนิยมบริโภคและให้ความสนใจในขณะนี้   ลิ้นจี่เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก   ทั้งนี้เพราะมีลักษณะของผล  มีรสและกลิ่นที่ ชวนให้รับประทาน  และที่สำคัญก็คือมีราคาค่อนข้างแพง   โดยเฉพาะช่วงเดือน เมษายนถึงพฤษภาคมนั้น   เป็นช่วงที่ลิ้นจี่มีราคาแพงมาก   เนื่อง จาก   ลิ้นจี่ออกสู่ตลาดน้อยและเป็นช่วงต้นฤดูนั่นเอง  และหากลิ้นจี่พันธุ์ ใดที่ผลแก่ในเดือนเมษายนและมีคุณภาพดี  จะมีการนับผลขายเลยทีเดียว   จาก สถิติการผลิตลิ้นจี่นอกฤดูกาลของพันธุ์ฮงฮวยต่อหนึ่งกิโลกรัม   ตั้งแต่ ปี  พ.ศ.  2524-2527  มีดังนี้

ปี พ.ศ.  2524
- ราคาปกติ 25 บาท/กก.
- ราคานอกฤดู 150 บาท/กก.

ปี พ.ศ.  2525
- ราคาปกติ 30 บาท/กก.
- ราคานอกฤดู 150 – 200 บาท/กก.

ปี พ.ศ.  2526
- ราคาปกติ 35 บาท/กก.
- ราคานอกฤดู 150 – 200 บาท/กก.

ปี พ.ศ.  2527
- ราคาปกติ 35 บาท/กก.
- ราคานอกฤดู 100 – 150 บาท/กก.

จากสถิติดังกล่าว เป็นเหตุจูงใจให้เกษตรกรที่ปลูกลิ้นจี่พยายามผลิตลิ้นจี่นอกฤดูกาลกันมาก ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการผลิตลิ้นจี่นอกฤดูกาลย่อมมีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องและควบคุมอยู่ ซึ่งปัจจัยเหล่านั้น ได้แก่

1. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการออกดอก หากมองอย่างผิวเผินแล้วจะเห็นได้ว่า การผลิตลิ้นจี่นอกฤดูกาลนั้นจะต้องอาศัยลักษณะความสูงของพื้นที่และสภาพ อุณหภูมิต่ำเป็นประการสำคัญ จากการศึกษาถึงสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการออกดอกของลิ้นจี่ปรากฏว่า การออกดอกของลิ้นจี่จะต้องอาศัยสภาพพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก ๆ เช่นสภาพพื้นที่บนเขาหรือพื้นที่ที่มีความสูงเกิน 800 เมตรขึ้นไป และจะต้องอาศัยช่วงอากาศหนาวเย็นในระยะก่อนออกดอกในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 120-200 ชั่วโมง

2. สภาพความสมบูรณ์ของต้นลิ้นจี่ เป็นที่น่าสังเกตว่าสวนลิ้นจี่ที่ปลูกบนพื้นที่สูงที่มีการผลิตลิ้นจี่นอก ฤดูกาลนั้น ลิ้นจี่จะไม่มีการออกดอกติดผลทุกต้นแม้จะมีสภาพแวดล้อมที่เหมือนกันก็ตาม ทั้งนี้เกิดจากลิ้นจี่มีความสมบูรณ์ของต้นไม่เท่ากันและมีการเจริญเติบโตที่ ไม่ได้จังหวะพอดีกับการแตกตาดอก และเป็นที่ทราบกันดีว่าการเจริญเติบโตของต้นลิ้นจี่นั้น สามารถดูได้จากใบลิ้นจี่ที่แตกออกมา ซึ่งปกติแล้วลิ้นจี่จะแตกใบอ่อนปีละ 3 ครั้งคือในฤดูฝน 2 ครั้งและในฤดูแล้งอีก 1 ครั้งโดยในแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 60 วัน และจากสภาพที่ลิ้นจี่มีการแตกใบอ่อนไม่พร้อมกัน และเจริญเติบโตไม่เท่ากันกล่าวคือในบางต้นมีใบแก่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันอีกต้นหนึ่งกำลังแตกใบอ่อนอยู่ ดังนั้น เมื่อมีการออกดอกและติดผล จึงไม่พร้อมกันหรือในบางต้นอาจะไม่มีการออกดอกหรือติดผลเลยก็ได้

3. พันธุ์ลิ้นจี่ เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการออกดอก ทั้งนี้เพราะลิ้นจี่พันธุ์ต่างกัน มีความต้องการความหนาวเย็นของอากาศเพื่อการออกดอกที่ไม่เท่ากัน กล่าวคือ

3.1. พันธุ์ลิ้นจี่ที่ต้องการความหนาวเย็นของอากาศนานกว่า 100 ชั่วโมงก่อนการออกดอกได้แก่ พันธุ์ค่อม , กิมจี้ , โอเฮี๊ยะ , ไทยใหญ่ และไทยธรรมดา เป็นต้น
3.2. พันธุ์ลิ้นจี่ที่มีความต้องการความหนาวเย็นของอากาศนานประมาณ 120-140 ชั่วโมงการออกดอกเช่น พันธุ์สาแหรกทอง และพันธุ์กะโหลกต่าง ๆ
3.3. พันธุ์ลิ้นจี่ที่ต้องการความหนาวเย็นของอากาศนานประมาณ 150-170 ชั่วโมงก่อนการออกดอกได้แก่พันธุ์โฮงฮวย , ฮ่องกง , กิมเจง , จูบีจี้ , เขียวหวาน , กระโถน , สำเภาแก้ว เป็นต้น
3.4. พันธุ์ลิ้นจี่ที่ต้องการความหนาวเย็นของอากาศนานประมาณ 200 ชั่วโมงก่อนการออกดอกได้แก่ พันธุ์กวางเจา และพันธุ์จักรพรรดิ

4. อัตราส่วนระหว่างคาร์โบไฮเดรตต่อไนโตรเจน (C/N ratio) การ ผลิตลิ้นจี่นอกฤดูกาลนั้น สิ่งที่นำมาพิจารณาคืออัตราส่วนระหว่างคาร์โบไฮเดรตและไนโตรเจน ซึ่งเป็นที่ทราบกันแล้วว่า ถ้าอัตราส่วนระหว่างคาร์โบไฮเดรตต่อไนโตรเจนมีปริมาณที่เท่า ๆ กันเช่น 2:2 ลิ้นจี่จะแตกตาใบขึ้น แต่ถ้าอัตราส่วนระหว่างคาร์โบไฮเดรตต่อไนโตรเจนแตกต่างกันเช่น 3:1 ลิ้นจี่จะแตกตาดอก จากหลักการดังกล่าวนี้ หากมีการลดอาหารจำพวกไนโตรเจน โดยงดให้น้ำหรือไม่ปล่อยน้ำเข้าสู่ระบบรากของลิ้นจี่ ลิ้นจี่จะแตกตาดอกได้ง่ายและเร็วกว่าปกติด้วย

ลิ้นจี่ที่ออกผลนอกฤดูกาลจะฟอร์มตาดอกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นเหมาะต่อการสะสมอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต และในขณะเดียวกันหากสถานที่ปลูกมีความลาดเทมาก น้ำไม่ขังเวลาฝนตกจะเป็นการลดอาหารพวกไนโตรเจนไปในตัว จึงทำให้ลิ้นจี่มีฮอร์โมนที่สร้างตาดอกขึ้น ดังนั้นพอถึงเดือนกรกฎาคมลิ้นจี่จึงตั้งช่อดอกและจะติดผลในช่วงเดือนสิงหาคม ผลจะใหญ่และแก่ตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงมกราคม ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลปีใหม่พอดี ดังนั้นลิ้นจี่ที่ออกผลในช่วงนี้จึงขายได้ในราคาสูงกว่าปกติมาก

อย่างไรก็ตาม การผลิตลิ้นจี่นอกฤดูกาลย่อมจะมีปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ยกตัวอย่างเช่น มักมีแมลงเข้ามากินหรือทำลายผลลิ้นจี่เสมอ นอกจากนี้ก็มีศัตรูอื่น ๆ เข้าทำลายอีก เช่น ค้างคาวหรือนก ซึ่งเข้ามากัดกินผล และโดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่มีปัจจัยต่อการออกดอกของลิ้นจี่ นั้นนับได้ว่าเป็นปัญหาที่สำคัญมาก ทั้งนี้เพราะการปลูกลิ้นจี่หรือพืชอื่น ๆ ย่อมจะต้องอาศัยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมเป็นหลัก เช่น ดิน ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีความแปรปรวนไปได้ง่าย ดังนั้น ถ้าหากปัจจัยเหล่านี้มีความแปรปรวนไปมาก ๆ ทำให้การผลิตลิ้นจี่นอกฤดูกาลไม่ประสบผลสำเร็จได้ ฉะนั้นก่อนที่จะมีการผลิตลิ้นจี่นอกฤดูกาล เกษตรกรควรได้ศึกษาถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวแล้วเพื่อเป็นปัจจัยพื้นฐาน พร้อมทั้งอาจจะประยุกต์วิธีการและขั้นตอนบางอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพ พื้นที่ที่จะปฏิบัติต่อไป

You can leave a response, or trackback from your own site.