ส้มโอ

ส้มโอ (Pomelo)
ส้ม โอเป็นไม้ผลเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมี รสชาติดี และเป็นที่นิยมบริโภคของคนทั่วไป นอกจากนี้ยังส่งไปจำหน่ายยังต่าง ประเทศ สามารถนำเงินเข้าประเทศได้ปีละหลายสิบล้านบาท จนทำให้มีการขยาย พื้นที่ปลูกส้มโอมากขึ้นทุกปี
พื้นที่ปลูกส้มโอเดิมอยู่ในเขตจังหวัดทางภาคตะวัน ตก เช่น นนทบุรี นครปฐม เป็นต้น ปัจจุบันพื้นที่ปลูกส้มโอได้กระจายอยู่ใน จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศโดยมีแหล่งผลิตที่ สำคัญ ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี ชัยนาท พิจิตร ปราจีนบุรี นครนายก ตราด ชุมพร สงขลา เป็น ต้น

พันธุ์ส้มโอ:

พันธุ์ส้มโอที่ปลูกอยู่ในประเทศไทยมีหลายพันธุ์ บางพันธุ์ก็มีลักษณะใกล้เคียงกันแต่ปลูกคนละท้องที่ จึงเรียก ชื่อแตกต่างกันไป พันธุ์ส้มโอที่ปลูกเพื่อการค้าแบ่งออกได้ดังนี้
1 . พันธุ์การค้าหลัก ได้แก่ ขาวพวง ขาวทองดี ขาวน้ำผึ้ง เป็นต้น
2. พันธุ์การค้าเฉพาะแห่ง ได้แก่ ขาวแป้น ขาวหอม ขาวแตงกวา ท่าข่อย ขาวใหญ่ หอมหาดใหญ่ เจ้าเสวย กรุ่น ขาวแก้ว เป็นต้น

การขยายพันธุ์ส้มโอ : ทำได้หลายวิธี คือ

1.การเพาะเม็ด
2.การติดตา
3.การเสียบกิ่ง
4. การตอน

แต่ที่ชาวสวนนิยมทำอยู่ในปัจจุบันคือการตอน ซึ่งเป็น วิธีที่ชาวสวนส้มโอมีความชำนาญมาก เนื่องจากมีข้อดีหลาย ประการ เช่น วิธีการทำง่าย ุอุปกรณ์หาได้ง่าย ราคาถูก ออกรากเร็ว ต้นที่ได้ไม่กลายพันธุ์ ให้ผลเร็ว ต้นไม่สูง ทรงต้น เป็นพุ่ม สะดวกในการเข้าไปดูแลรักษา แต่ก็มีข้อเสียคือ อายุไม่ ยืน และอ่อนแอต่อโรค อุปกรณ์ที่ใช้ไน่การตอนกิ่งส้มโอมีดังนี้

1.มีด
2.ขุยมะพร้าว
3.ถุงพลาสติ
4.เชือกฟาง

ฤดูที่ทำการตอนกิ่งส้มโอ :

ตามปกติแล้ว การตอนกิ่งไม้ทุกชนิดจะทำการตอนใน ฤดูฝน คือตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนสิงหาคม เพราะ ในระยะนั้นต้นไม้กำลังอยู่ในระยะที่กำลังเจริญเติบโต ฝนตก บ่อยไม่ต้องเสียเวลาในการรดน้ำให้กับกิ่งตอน

การคัดเลือกกิ่งตอน :

ก่อนที่จะทำการคัดเลือกกิ่งส้มโอที่จะตอน ต้อง พิจารณาเลือกต้นก่อน เพราะถ้าต้นแม่พันธุ์ที่ใช้ตอนไม่ดีแล้ว กิ่งตอนที่จะนำไปปลูกต่อไปก็จะไม่ดีด้วย ซึ่งมีหลักในการ พิจารณาหลายประการ เช่น

- เลือกต้นแม่พันธุ์ที่ให้ผลแล้ว ซึ่งทำให้เราสามารถ จะพิจารณาลักษณะที่ดีๆ ตามมาได้อีก
- เป็นต้นที่ให้ผลดก ให้ผลสม่ำเสมอ เป็นพันธุ์ดี และมีรสดี
- เลือกจากต้นที่มีความเจริญเติบโต แข็งแรง สังเกต จากมีการเจริญเติบโตดีกว่าต้นอื่นๆ
- เลือกจากต้นที่ปราศจากโรคและแมลงรบกวน

เมื่อเลือกได้ต้นที่ดีแล้ว จึงมาทำการคัดเลือกกิ่งที่จะ ตอน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ส่วนมากชาวสวนมักไม่ค่อย คำนึงถึงกัน เห็นกิ่งใดพอที่จะตอนได้ก็ตอนหมด ซึ่งนับว่าไม่ ถูกต้อง เพราะว่าต้นไม้แต่ละต้นมีกิ่งที่มีความเจริญเติบโต สมบูรณ์ไม่เท่ากัน บางกิ่งก็แข็งแรงดี บางกิ่งแคระแกน อ่อนแอ บางกิ่งก็แก่เกินไปหรืออ่อนเกินไป สิ่งเหล่านี้จะทำให้ได้กิ่งตอน ที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรเลือกกิ่งตอนดังนี้

1 . กิ่งที่จะใช้ตอนนั้นต้องเป็นกิ่งเพสลาด คือไม่แก่ ไม่อ่อนเกินไป มีใบยอดคลี่เต็มที่ และเจริญเติบโตจนเป็นใบแก่แล้ว2. กิ่งที่จะตอนควรจะเป็นกิ่งกระโดงตั้งตรง หรือเอียง เล็กน้อย ไม่เป็นกิ่งที่ห้อยเอายอดลงดิน เพราะจะทำให้รากที่ งอกออกมางอ เมื่อตัดไปปลูกจะได้กิ่งตอนที่ปลายรากชี้ฟ้า
3. เป็นกิ่งที่มีความยาวประมาณ 50-70 เซนติเมตร มีกิ่งแขนงแยกออก 2-3 กิ่ง
4. เป็นกิ่งที่เจริญเติบโตแข็งแรงปราศจากโรคและ แมลง

เมื่อเลือกได้กิ่งที่สมบูรณ์ตามต้องการแล้ว จึงทำการ ควั่นกิ่ง การควั่นนั้นให้ควั่นที่ใต้ข้อของกิ่งเล็กน้อย เนื่องจาก บริเวณข้อของกิ่งจะสะสมอาหารไว้มาก ทำให้การงอกของ รากเร็ว และได้รากจำนวนมาก รอยควั่นด้านล่างห่างจาก รอยควั่นบนเท่ากับความยาวของเส้นรอบวงของกิ่ง กรีดที่ เปลือกระหว่างรอยควั่นทั้งสอง ลอกเปลือกตรงรอยควั่นออก ส่วนมากแล้วกิ่งที่ลอกเปลือกออกได้ง่ายจะงอกรากได้เร็วกว่า กิ่งที่ลอกเปลือกออกยาก ใช้มีดขูดเยื่อเจริญซึ่งมีลักษณะเป็น เยื่อลื่นๆ ออกให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเจริญมาประสานกัน ต่อได้อีก ซึ่งจะทำให้รากไม่งอก สังเกตได้โดยใช้มือจับดู ถ้าหาก ลื่นแล้วแสดงว่าขูดเยื่อเจริญออกหมดแล้ว

*** นำถุงขุยมะพร้าวที่เตรียมไว้มาผ่าตรงกลาง จากด้านที่ มีเชือกมัดจนถึงก้นถุงใช้มือแหวกขุยมะพร้าวให้แยกออกเป็นร่อง นำไปหุ้มรอยควั่น พร้อมกับมัดด้วยเชือกฟางให้แน่นอย่าให้ ถุงขุยมะพร้าวหมุนได้

การปลูกส้มโอ :

ถ้าเป็นการปลูกส้มโอแบบยกร่อง จะปลูกเป็นแถวเดียว ใช้ระยะปลูกระหว่างต้นประมาณ 6 เมตร โดยขุดหลุมปลูกกลางแปลงดิน ส่วนการปลูกในพื้นที่ดอนจะปลูกตามลักษณะของพื้นที่โดยให้มีระยะระหว่างต้น และระหว่างแถว ประมาณ 6 x 6 เมตร

หลุมปลูกควรมีขนาดความกว้างประมาณ 0.5 เมตร ขุดหลุมแยกดินบนและดินล่างไว้แยกกัน กองไว้ปากหลุม แล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 เดือน เพื่อให้แสงแดดฆ่าเชื้อโรคเชื้อราต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในดิน ผสมดินปนกับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เศษใบไม้ หญ้าแห้ง และบางส่วนของดินชั้นล่าง แล้วกลบลงไปในหลุมจนเต็มปากหลุม นำกิ่งพันธุ์ส้มโอที่เตรียมไว้ปลูกตรงกลางหลุม โดยให้ระดับของดินอยู่เหนือตุ้มกาบมะพร้าว กิ่งตอนเล็กน้อย หรือถ้าเป็นกิ่งตอนที่ชำแล้วให้ระดับพอดีกับระดับดินที่ชำ แล้วใช้ไม้หลักปักให้ถึงก้นหลุมเพื่อกันลมโยก รดน้ำให้ชุ่ม หาวัสดุพรางแสงแดด เช่น ทางมะพร้าว หรือกิ่งไม้ที่มีใบใหญ่พรางแสงแดดทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

การดูแลรักษส้มโอ :

1. การให้น้ำ

ในระยะที่ปลูกส้มโอใหม่ ๆ ต้องหมั่นให้น้ำสม่ำเสมอจนกว่าจะตั้งตัวได้ เมื่อส้มโอเจริญเติบโตดีแล้ว ให้น้ำเป็นครั้งคราวเมื่อจำเป็น

2. การใส่ปุ๋ย

ส้มโอควรใส่ทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอกควบคู่กันไป ในระยะที่ส้มโออายุ 1 – 3 ปี หรือยังไม่ให้ผล ให้ใส่ปุ๋ยคอกเก่า ผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15 – 15 – 15 ปุ๋ยเคมีใช้อัตรา 300-500 กรัม/ต้น/ครั้ง โดยใส่ 3 – 4 ครั้ง/ปี เมื่อส้มโอให้ผลแล้วเมื่อ อายุ 4 ปีขึ้นไป การใส่ปุ๋ยจะแตกต่างกันไปตามช่วงของการ ออกดอกติดผล

กล่าวคือ หลังจากเก็บเกี่ยวผลแล้วจะให้ปุ๋ยสูตร 15 – 15 -15 เพื่อให้ต้นส้มโอฟื้นตัวจากการออกผลเร็วขึ้น เมื่อส้มโอจะเริ่มออกดอกใหม่ให้เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 12 – 24 – 12 เพื่อช่วยให้มีการสร้างดอกดีขึ้น เมื่อติดผล แล้วประมาณ 30 วัน ขณะที่ผลยังเล็กอยู่ ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15 – 15 -15 เพื่อช่วยให้การเจริญเติบโตของผลดีขึ้น จนกระทั่ง ผลมีอายุได้ 5-6 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13 – 13 – 21 เพื่อช่วยให้ ผลมีการพัฒนาด้านคุณภาพของเนื้อดีขึ้น มีความหวานมากขึ้น ส่วนอัตราการใช้ควรพิจารณาจากขนาดของทรงพุ่มและ จำนวนผลที่ติดในแต่ละปี โดยทั่วไปเมื่อต้นส้มโออายุได้ 6-7 ปี ก็จะโตเต็มที่ การใส่ปุ๋ยอาจจะใส่ครั้งละประมาณ 1 กิโลกรัม สำหรับต้นส้มโอที่มีการติดผลมาก ควรใส่ปุ๋ยทางใบเสริม เพื่อช่วยให้ผลส้มโอมีคุณภาพดี หรือต้นส้มโอที่มีสภาพโทรม มาก ๆ จากการที่มีน้ำท่วมหรือน้ำเค็มควรให้ปุ๋ยทางใบเสริมจะ ช่วยให้การฟื้นตัวของต้นส้มโอเร็วขึ้น

วิธีการใส่ปุ๋ยโรยบนพื้นดินภายในบริเวณทรงพุ่ม แต่ระวังอย่าใส่ปุ๋ยให้ซิดกับโคนต้น เพราะปุ๋ยจะทำให้เปลือก รอบโคนต้นส้มโอเน่า และอาจทำให้ส้มโอตายได้

3. การตัดแต่งกิ่ง

ควรตัดแต่งกิ่งที่ขึ้นแข่งกับลำต้นให้หมด รวมทั้งกิ่ง ที่ไม่ได้ระเบียบ กิ่งที่มีโรคแมลงทำลายออกทิ้ง การตัดแต่งกิ่งควร ทำด้วยความระมัดระวังอย่าให้กิ่งฉีก หลังจากตัดแต่งกิ่งควรใช้ ยากันเชื้อราหรือปูนกินหมากผสมน้ำทาตรงรอยแผลที่ตัด เพื่อกันแผลเน่าเนื่องจากเชื้อรา เดษที่เหลือจากการตัดแต่งกิ่ง ควรรวมไว้เป็นกองแล้วนำไปเผาทำลายนอกสวน

ประโยชน์ของการตัดแต่งกิ่ง :

- เพื่อให้การออกดอกติดผลดีขึ้น เนื่องจากใบได้รับแสงแดดทั่วถึงกัน การปรุงอาหารของใบมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ช่วยลดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช เนื่องจากการตัดแต่งกิ่งที่มีโรคแมลงทิ้งไป
ช่วยให้กิ่งแย่งอาหารลดน้อยลง เพราะกิ่งนี้ ชาวสวนต้องตัดทิ้งจะเป็นกิ่งที่คอยแย่งอาหารและไม่ค่อยออก ดอกติดผล
- ช่วยทำให้ขนาดของผลส้มสมสม่ำเเสมอได้ขนาดตามที่ ตลาดต้องการ

4. การกำจัดวัชพืช

ในสวนส้มโอทุกแห่งมักจะมีปัญหาจากวัชพืชที่ขั้นรบกวน ถ้ามีจำนวนมากก็จะก่อให้เกิดผลเสียหาย เพราะนอกจากจะแย่งน้ำและอาหารแล้วังเป็นแหล่งสะสมโรคและแมลงอีกด้วย จึงต้องคอยควบคุมอย่าให้มีวัชพืชมาก แต่การกำจัดหญ้าหรือวัชพืชอื่นให้หมดไปเลยก็ไม่ดีควรให้มีเหลืออยู่บ้างจะ ช่วยยึดดินไม่ให้หน้าดินพังทลาย รวมทั้งช่วยป้องกันกายระเหยของน้ำได้อีกด้วย

การดูแลรักษาส้มโอพันธุ์เจ้าเสวย
มีตำนานเล่าขาน สืบต่อกันมาเกี่ยวกับความเป็นมาของส้มโอพันธุ์เจ้าเสวยว่า ในปี พุทธ ศักราช 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จ ประพาสต้นยังหัวเมืองปักษ์ใต้ ณ บ้านท่าไม้ลาย จ.ชุมพร ในครั้งนั้น มี ประชาชนมาเข้าเฝ้าพระองค์เป็นจำนวนมาก รวมถึงมีเกษตรกรชาวท่าไม้ลายได้นำส้ม โอพันธุ์พื้นเมืองมาถวายพระองค์ เมื่อพระองค์ท่านได้เสวยก็ทรงโปรด เกษตรกร จึงได้ทูลขอเมล็ดส้มโอที่พระองค์เสวยมาเพื่อนำมาเพาะพันธุ์ จนได้ผลผลิต และ ได้ตั้งชื่อส้มโอสายพันธุ์ดังกล่าวว่า “ส้มโอเจ้าเสวย”

ลักษณะเด่นของส้มโอเจ้าเสวย :

ผลใหญ่
ผิวเรียบ สีเขียวอมเหลือง
ผลตรง มีจุกน้อย
เปลือกบาง
เนื้อลอกง่าย ใน 1 ผล มีกลีบประมาณ 12-13 กลีบ แยกออกจากกันง่าย
น้ำมากแต่ไม่แฉะ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน

การขยายพันธุ์ :

ขยายพันธุ์โดยการชำกิ่ง

การปลูก :

ขุดหลุมปลูก มีระยะระหว่างต้นและระหว่างแถวประมาณ 8×8 เมตร
ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุม
นำต้นพันธุ์ที่เพาะไว้มาลงปลูกในหลุมกลบดินให้แน่น

การดูแลรักษา :

ในระยะที่ปลูกส้มโอใหม่ๆ ต้องหมั่นให้น้ำสม่ำเสมอจนกว่าจะตั้งตัวได้ เมื่อส้มโอเจริญเติบโตดีแล้ว ให้น้ำเป็นครั้งคราวเมื่อจำเป็น
ใช้ขุยมะพร้าวมาคลุมโคนต้นเพื่อช่วยรักษาความชื้น
ควรมีการกำจัดวัชพืชโดยการตัด (ไม่ควรใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช )
การใส่ปุ๋ยให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละประมาณ 2-3 ครั้ง
ต้องมีการตัดแต่งกิ่งควรตัดแต่งกิ่งที่ขึ้นแข่งกับลำต้นให้หมด รวมทั้งกิ่ง ที่ไม่ได้ระเบียบ กิ่งที่มีกาฝาก กิ่งที่มีโรคแมลงทำลายออกทิ้ง
ส้มโอเจ้าเสวยจะเริ่มออกดอกในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม ในช่วงนี้ต้องคอยรดน้ำอย่าให้ขาดน้ำ เพราะถ้าหากว่าไม่รดน้ำแล้ว เกิดมีฝนตกขึ้นมาจะทำให้ออกและผลร่วงได้
เมื่อส้มโอติดผลแล้วให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก็ได้อีกครั้งหนึ่ง
หลังจากนั้น 1 เดือนให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21
การกำจัดแมลงวันทองในสวนส้มโอ โดยใช้ขวดพลาสติกเจาะรู ให้กว้างพอประมาณ แล้วนำยาฆ่าแมลงและหัวเชื้อล่อแมลงมาผสมกันแล้วใส่ในขวดที่เตรียมไว้ (หรือสูตรไล่แมลงต่างๆ) จากนั้นนำไปแขวนที่ต้นส้มโอต้นละ 4-5 ขวด

การเก็บผลผลิต :

หลังจากออกดอกประมาณ 4 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้

การเสริมรากส้มโอ ด้วยต้นส้มซ่า
ส้มโอขาวแตง กวา เป็นส้มโอที่มีรสชาติดีและขึ้นชื่อมากในจังหวัดชัยนาท ให้ผลผลิตตลอด ทั้งปี ส้มโอพันธุ์นี้จะมีรสชาติดีสุด คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือน ตุลาคม มัรสชาติ  หวาน กรอบ ตัวกุ้งใหญ่ ปอกง่าย  แมลงศัตรูพืชรบกวน น้อย แต่มักจะประสบกับปัญหาในเรื่องของระบรากเป็นสำคัญ เนื่องจากในปัจจุบัน เกษตรกรจะใช้กิ่งตอนมาปลูก  จึงทำให้ไม่มีรากแก้ว จึงทำให้ต้นล้มได้ ง่าย เมื่อปลูกไปนานปี แต่โดยหลักการปลูกไม้ผลนั้นคือ จะต้องอาศัยระยะเวลา ยาวนานกว่าพืชปลูกจะให้ผลผลิต จึงยากจะตัดใจในการกำจัดต้นที่โตแล้วทิ้ง ไป เนื่องจากไม้ผลนั้น ยิ่งอยู่นาน ยิ่งให้ผลผลิตดี หากมีการดูแลรักษาที่ดี พอ ฉะนั้นปัญหาที่ระบบรากของต้นไม่แข็งแรงและโค่นล้มง่าย นั้นสามารถจัดการ ได้โดยการ เสริมรากต้นส้มโอ ด้วยต้นตอของพืชตระกูลเดียวกันที่หากินเก่งและ มีระบบรากดี อยอ่างส้มซ่า ซึ่งมีวิธีการทำดังต่อไปนี้

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเสริมราก :

1. พันธุ์ส้มซ่า (ที่เพาะจากเมล็ด) ขนาดต้นเท่านิ้วก้อย
2. ต้นส้มโอขาวแตงกวา
3. มีด , เทปพลาสติก

วิธีการเสริมรากส้มโอ :

นำพันธุ์ส้มซ่า (ที่เพาะจากเมล็ด) ขนาดเท่านิ้วก้อย ไปปลูกที่กกต้นส้มโอขาวแตงกวาตรงที่กิ่งต้นส้มโอขาวแตงกวาเอน และรอจนกว่าส้มซ่าจะสมบูรณ์ เมื่อสมซ่าสมบูรณ์แล้ว เฉือนกิ่งพันธุ์ส้มซ่าเป็นมุมเอียงขึ้นประมาณ 20 – 30 องศา เข้าไปในเนื้อไม้ ¼ ของเส้นผ่านศูนย์กลางกิ่ง เฉือนกิ่งส้มโอขาวแตงกวาให้เป็นรูปลิ่มโดยให้แผลสัมผัสด้านในยาวกว่าแผล สัมผัสด้านนอก จากนั้นสอดกิ่งพันธุ์ส้มซ่าเข้าไปในเนื้อไม้แบบตอกลิ่มโดยให้แนวเยื่อสัมผัส กันมากที่สุดแล้วก็ทำการพันด้วยเทปพลาสติกให้แน่น ก็เป็นอันเรียบร้อย จากนั้นก็คอยสังเกตดูว่าแผลของส้มซ่ากับส้มโอขาวแตงกว่าประสานกันดีหรือยัง ระยะเวลาของการทาบกิ่งอยู่ที่ประมาณ 45 – 60 วัน ก็เป็นอันเสร็จกระบวนการเสริมราก

ประโยชน์ของการเสริมราก

ช่วยในการช่วยหาอาหารมาเลี้ยงต้นตอส้มโอขาวแตงกวาดียิ่งขึ้น ทำให้ส้มโอขาวแตงกวาของเราให้ผลผลิตมากขึ้นและสมบูรณ์ รวมถึงยังช่วยในการพยุงต้นส้มโอขาวแตงกวาด้วย

การผลิตส้มโอนอกฤดู
ส้มโอ  เป็นผลไม้ ในตระกูลส้มที่ทุกคนรู้จักดีและนิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง  จัดเป็นผล ไม้ที่มีศักยภาพในด้านการส่งออกไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น ๆ  ส้มโอมีการปลูก กระจายทั่วทุกภาคของประเทศไทย  แต่แหล่งปลูกที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่อำเภอ สามพรานและอำเภอนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐม  ซึ่งเป็นแหล่งที่มีการปลูกส้มโอ กันมาช้านานแล้วปัจจุบันส้มโอเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก ขึ้น  เนื่องจากประชาชนนิยมบริโภคกันมากขึ้นประกอบกับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า ทางโภชนาการสูง  เก็บไว้ได้นาน   และเป็นผลไม้ที่ตรงกับรสนิยมของชาวต่าง ประเทศ  มีการส่งส้มโอไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศปีหนึ่ง ๆ  นำเงินเข้าสู่ ประเทศเป็นจำนวนหลายล้านบาท

***ส้มโอที่ปลูกกันอยู่ทั่วไปนี้ปกติจะเริ่มอกดอกใน เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์และผลแก่สามารถเก็บผลได้ในเดือนกันยายนถึงตุลาคม ถ้านับเวลาตั้งแต่วันออกดอกจนถึงเก็บผลได้ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน การเก็บเกี่ยวส้มในฤดูปกตินี้เรียกกันว่า ส้มปี และอาจมีส้มที่ออกนอกฤดูอีกบางส่วน ซึ่งเรียกว่า ส้มทะวาย

ส้มทะวายนี้เกิดได้ทั้งตามธรรมชาติและเกิดจากการบังคับ ส้มทะวายที่เกิดตามธรรมชาตินั้นมักจะเกิดตามแหล่งปลูกในที่ดอน เช่น แถบภาคกลางตอนบนขึ้นไปในแหล่งดังกล่าวนี้หลังจากฝนตกในช่วงต้นฤดูไปแล้ว ฝนมักจะเกิดการทิ้งช่วง การที่ฝนทิ้งช่วงนี้จะทำให้ส้มโอที่ปลูกอยู่เกิดการขาดน้ำ และหากมีการขาดน้ำในช่วงระยะหนึ่ง เช่น ประมาณ 15-30 วัน ถ้ามีฝนตกลงมาอีกครั้งหนึ่งก็จะไปกระตุ้นให้ส้มโอเกิดการแทงดอกนอกฤดูทันที

ส่วนส้มทะวายที่เกิดจากการบังคับนั้น มักจะนิยมทำกับส้มโอพันธุ์ขาวพวง เพราะเป็นพันธุ์ที่ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ โดยมีตลาดรับซื้อแถวประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์เพื่อนำไปใช้ในเทศกาลไหว้พระ จันทร์ ซึ่งตรงกับเดือนกันยายนของทุกปี ดังนั้นชาวสวนส้มโอจึงต้องการบังคับให้ส้มโอพันธุ์ขาวพวงออกดอกก่อนฤดูปกติ เพื่อให้ส้มโอแก่ทันก่อนตัดไปจำหน่ายต่างประเทศได้ ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์หรือก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์เล็กน้อย

สำหรับวิธีการบังคับให้ส้มโอออกดอกนอกฤดูกาลนี้ ใช้หลักการเดียวกันกับการบังคับให้ส้มเขียวหวานออกดอกนอกฤดูกาล กล่าวคือใช้วิธีงดน้ำหรือกักน้ำเป็นหลักสมมุติถ้าต้องการให้ส้มโอเก็บผลผลิต ได้ในช่วงปลายเดือนกันยายน ต้องบังคับการใช้น้ำตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมของปีก่อน เมื่อส้มโอแสดงอาการขาดน้ำโดยใบเริ่มเหี่ยวเฉา (ประมาณ 20 วันหลังจากงดให้น้ำ) ก็ให้น้ำอย่างเต็มที่ ประมาณต้นเดือนมกราคมส้มโอจะเริ่มแตกใบอ่อนพร้อมทั้งออกดอก ช่วงนี้ควรมีการดูรักษากันเป็นพิเศษ จนเมื่อติดผลไปแล้วค่อยดูแลรักษาตามปกติเหมือนกับส้มที่ติดผลในฤดูปกติ จนครบ 8 เดือน ส้มโอก็แก่พอที่จะเก็บผลได้ซึ่งตรงกับช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนพอดี

ส้มโอ ขาวใหญ่ ของดีเมืองแม่กลอง : เทคนิคผลิตส้มโอลดต้นทุนของคุณภานุมาศ ชุ่มเกสร

ขาว ใหญ่เป็นส้มโอพันธุ์ที่มีขนาดผลใหญ่-ใหญ่มาก น้ำหนักโดยประมาณ 1.2-2.5 กก . ผิวสีเขียวอมเหลือง เปลือกหนาพอประมาณ กุ้งใหญ่ สีขาวอมเหลือง มีรสหวาน ถึงอมเปรี้ยวเล็กน้อย และมีเมล็ดไม่มากนัก  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ส้มโอพันธุ์ ขาวใหญ่ได้รับความนิยมของผู้ที่มีโอกาสแวะเวียนไปเยือนเมืองแม่กลอง จนเป็น ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสภาพการเกษตรด้านการ ปลูกส้มโอ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวสวนเมืองแม่กลองนับวันมีแต่จะน้อยลง  โดย มีสาเหตุมาจากปัญหาหลายด้าน เช่น ต้นทุนการผลิตสูง เกษตรกรมีอายุมาก  ขาด แรงงานในพื้นที่ ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยี ทำให้ผลผลิตที่ออกมา นั้นมีคุณภาพไม่ดี ราคาผลผลิตตกต่ำ

ด้วย เหตุนี้ คุณภานุมาศ ชุ่มเกสร เกษตรกรผู้เพาะปลูกส้มโอขาวใหญ่บนพื้นที่ 18 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.7 ต.โรงหีบ อ.บางคนฑี จ.สมุทรสงคราม จึงได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาส้มโอคุณภาพด้วยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว โดยความร่วมมือระหว่างสมาคมศิษย์เก่าสถาบันพัฒนาชนบทสาธารณะรัฐเกาหลีแห่ง ประเทศไทย สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามและแกนนำเกษตรกรผู้เพาะปลูกส้มโอขาวใหญ่ เพิ่มขีดความสามารถในการจัดการด้านการผลิตส้มโอคุณภาพเพื่อการส่งออก และตลาดบริโภคภายในประเทศ วางแผนด้านการผลิตและการตลาด รวมถึงพัฒนาความรู้และทัศนะคติด้านการผลิตส้มโอคุณภาพ โดยการแลกเปลี่ยนความรู้และศึกษาดูงานจากกลุ่มอื่นๆ

โดยคุณภานุมาศย้อนเล่าความเป็นมาให้ฟังว่า ตนเองได้ช่วยพ่อทำสวนมาตั้งแต่เด็กๆ คลุกคลีอยู่ในสวนผลไม้ราว 0 ปีได้ ซึ่งพื้นเพการประกอบอาชีพในจังหวัดสมุทรสงครามส่วนใหญ่นิยมทำสวนมะพร้าว หรือทำน้ำตาลมะพร้าวเป็นหลัก โดยการปลูกส้มโอในสมัยก่อนนั้นจะปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ได้มีการบำรุงรักษาดินและต้นอย่างปัจจุบัน แต่ก็ได้ผลผลิตดีเช่นกัน ต่อเมื่อเวลาล่วงเลยไป ธาตุอาหารที่สะสมอยู่ในดินค่อยๆ หมดไป ส่งผลให้การเจริญเติบโตของส้มโอช้าลง ผลผลิตลดลง รวมถึงคุณภาพก็ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นชาวสวนส้มโออย่างเราจึงต้องตั้งต้นคิดใหม่ ทำใหม่ โดยได้เข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าว และเริ่มต้นพัฒนา ศักยภาพการผลิตอย่างจริงจัง ทั้งนี้ผมได้เริ่มจากการบำรุงดินโดยการใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก ที่ทำเอง ส่งผลให้ปัญหาเรื่องโรครากเน่าโคนเน่าลดน้อยลง
ด้านเทคนิคการผลิตส้มโอแบบลดต้นทุนของคุณภานุมาศ นั้นมีดังนี้ : คุณ ภานุมาศได้แนะว่า ก่อนอื่นเราต้องรู้จักลักษณะนิสัยของส้มโอก่อนว่าเป็นอย่างไร ต้องรู้ว่าในแต่ละช่วงเวลาส้มโอมีความต้องการไรบ้าง ส้มโอก็เหมือนกับคนเราทั่วไป ที่มีความต้องการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ จึงจะแข็งแรงสุขภาพดี ส้มโอเองก็มีความต้องการธาตุอาหารที่ครบถ้วนด้วยเช่นเดียวกัน หลายคนยังเข้าใจว่าพืชต้องการแค่ธาตุ N P K เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงบแล้วพืชยังมีความต้องการธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ควบคู่ไปด้วย

++ การดูแลรักษาส้มขาวใหญ่ของคุณภานุมาศ ++

หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จะเร่งการสะสมอาหารทางลำต้นให้แก่ส้มโอ ด้วยการฉีดพ่นอาหารเสริมให้ทางใบประมาณ 7 วัน/ครั้ง เมื่อใบส้มโอเริ่มแก่จึงจะทำการตัดแต่งกิ่งและใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 25-7-7 เร่งการแตกใบอ่อน หรือ บางพื้นที่อาจใช้วิธีการงดน้ำติดต่อกันนานประมาณ 7 วัน ก็จะเป็นการช่วยบังคับให้ส้มโอแตกใบอ่อนได้ โดยจะสังเกตได้จากใบส้มโอที่เริ่มตกหลังงดการให้น้ำ หากใบเริ่มตกแล้วจึงทำการให้น้ำและปุ๋ยได้ ไม่นานส้มโอก็จะแตกใบอ่อนและออกดอกตามมา เมื่อส้มโอออกดอกแล้ว จึงเริ่ม ทำการฉีดพ่นอาหารเสริมประเภทแคลเซียมโบรอนให้ทางใบ โดยจะฉีดพ่นทุกๆ 7 – 10 วัน ฉีดเพียง 2 ครั้งส้มโอก้จะเริ่มติดลูกให้เห็นกันแล้ว จากนั้นจึงปล่อยให้ลูกเติบโตไปตามธรรมชาติ ซึ่งตามธรรมชาติของส้มโอนั้นจะมีการออกดอกทุกๆ 3 เดือน ส่วนการให้น้ำจะให้ตามปกติคือ 2-3 วัน/ครั้ง แต่ถ้าส้มโอเริ่มมี ขนาดผลโตใกล้การเก็บเกี่ยวจะต้องทำการให้น้ำส้มโอทุกวันไม่ขาด มิเช่นนั้นจะทำให้ผลร่วงได้ ***ย้ำว่าช่วงนี้ส้มโอจะขาดน้ำไม้ได้เลย

การให้ปุ๋ย : คุณภานุมาศแนะนำ ไว้ว่า การเลือกใส่ปุ๋ยนั้นต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของพืชและเจ้าของสวนด้วย เช่น หากต้องการให้ส้มโอแตกใบออกมาเยอะๆ ก็ควรเลือกใช้ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เมื่อส้มโอมีลูกแล้วจึงเปลี่ยนมาใช้สูตรเสมอ เช่น 16-16-16 ,15-15-15 หรือ ถ้าช่วงนั้นส้มโอต้นโทรมแต่ยังมีลูกติดอยู่บนต้นเยอะอยู่ก็ให้ใช้ปุ๋ยสูตร เสมอร่วมกับปุ๋ยสูตร 25-7-7 นอกจากนี้ต้องมีการบำรุงต้นด้วยปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่ไปด้วยถึงจะให้ผลดี โดยการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยให้ดินสมบูรณ์ขึ้น

โรคและแมลงศัตรูส้มโอ : จะใช้การฉีดพ่นป้องกันด้วยสารสกัดจากสมุนไพรหรือน้ำส้มควันไม้เป็นการ ป้องกัน ร่วมกับการติดตั้งกับดักแสงไฟและกาวเหนียว โดยการเปิดไฟล่อช่วยให้แมลงมาติดกับดักกาวอีกทางหนึ่ง ส่วนสารเคมีก็มีการนำมาใช้ร่วมด้วยในบางครั้งแต่ไม่มากนัก ซึ่งจะพิจารณาใช้กับโรคบางชนิดที่มีการระบาดรุนแรงจนควบคาได้ยาก อีกปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในการทำสวนส้มโอก็คือ อาการ “ส้มตุ่ม” ที่เกิดจากมีผีเสื้อกลางคืนตัวเต็มวัยเข้ามาใช้ ปากเจาะดูดกินน้ฃำหวานจากผลอ่อน หรือในขณะที่ดอกกำลังพัฒนาไปเป็นผล ในระยะดอกกำลังพัฒนาไปเป็นผลนี้ชาวสวนส้มโอจะมีการเฝ้าสังเกตกันอย่างใกล้ ชิด ร่วมกับการหมั่นรมควันในสวนเพื่อไล่แมลงที่จะเข้ามาทำลายผลผลิต

การป้องกันแมลงศัตรูเข้าทำลายผลผลิตส้มโอด้วยการรมควัน ; การ รมควันเพื่อขับไล่แมลงศัตรูพืชที่จะเข้ามารบกวน ด้วยการใช้เปลือกส้มโอตากแห้งหรือกาบมะพร้าวมาสุมไฟให้เกิดควันขึ้นในสวน โดยจะวางกองไฟให้อยู่ในระยะที่ห่างจากทรงพุ่มพอประมาณ เพื่อป้องกันความร้อนจากกองไฟทำลายต้นพืช การก่อไฟก็ต้องควบคุมไม่ให้มีความร้อนหรือมีเปลวไฟมาก ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดควันไฟให้มากที่สุด เน้นการรมควันในช่วงเย็นๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แมลงเริ่มออกมาหากินหรือเข้าทำลายผลผลิต จึงนับว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด

การไว้ลูกส้มโอ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ : การ ไว้ลูกบนต้นคุณภานุมาศ จะพิจารณาการไว้ลูกไปตามอายุของต้นส้มโอที่ปลูกไว้ โดยจะเริ่มไว้ลูกเมื่อส้มโอเมื่อส้มโอมีอายุ 4-5 ขึ้นไป โดยจะไว้ต้นละ 20 ลูก ส่วนต้นส้มโอที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป จะไว้ลูก 60-70 ลูกต่อต้น แต่ถ้าที่สวนมีการปลูกส้มโอเว้นระยะปลูกที่ห่าง ก็อาจไว้ลูกบนต้นได้สูงถึง 100-200 ลูกต่อต้น ปัจจุบันได้รับผลผลิต ประมาณ 40 ตันต่อปี มีรายได้รวมก่อนหักต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 50,000-60,000 บาท

การคัดเกรดส้มโอ : การคัดเกรดจำหน่าย จะแบ่งเป็น 3 ไซซ์ ได้แก่ ส้มสวยมาตรฐานมีน้ำหนัก 1.5-2.5 กก. ส้มใหญ่ น้ำหนัก 2.5 กก.ขึ้นไป และ ส้มลูกเล็ก น้ำหนักต่ำกว่า 1.5 กก. โดยส้มไซซ์ใหญ่และส้มเล็กจะจำหน่ายเป็นลูก ส่วนส้มสวยมาตรฐานจะจำหน่ายเป็น กก. ซึ่งมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 11-33 บาท/กก.

สำหรับเหตุผลสำคัญที่ทำให้สมาชิกในโครงการฯ รวมทั้งตัวผมเองประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือ ความมุ่งมั่นที่จะผลิตส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ให้มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด โดยชาวสวนทุกคนอยู่ภายใต้จุดยืนที่เรียกว่า “ส้มโอที่ขายให้ผู้บริโภคต้องรับประทานได้ทุกผล”

ป้องกันผีเสื้อกลางคืนเข้ามาวางไข่ในสวนส้มโอด้วยวิธีการรมควัน

การรมควันเพื่อ ขับไล่แมลงศัตรูพืชที่จะเข้ามารบกวน ด้วยการใช้เปลือกส้มโอตากแห้งหรือกาบ มะพร้าวมาสุมไฟให้เกิดควันขึ้นในสวน โดยจะวางกองไฟให้อยู่ในระยะที่ห่างจาก ทรงพุ่มพอประมาณ เพื่อป้องกันความร้อนจากกองไฟทำลายต้นพืช การก่อไฟก็ต้อง ควบคุมไม่ให้มีความร้อนหรือมีเปลวไฟมาก ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดควันไฟให้มาก ที่สุด เน้นการรมควันในช่วงเย็นๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แมลงเริ่มออกมาหากิน หรือเข้าทำลายผลผลิต จึงนับว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด

โรคและแมลงศัตรูส้มโอ : จะ ใช้การฉีดพ่นป้องกันด้วยสารสกัดจากสมุนไพรหรือน้ำส้มควันไม้เป็นการป้องกัน ร่วมกับการติดตั้งกับดักแสงไฟและกาวเหนียว โดยการเปิดไฟล่อช่วยให้แมลงมาติดกับดักกาวอีกทางหนึ่ง ส่วนสารเคมีก็มีการนำมาใช้ร่วมด้วยในบางครั้งแต่ไม่มากนัก ซึ่งจะพิจารณาใช้กับโรคบางชนิดที่มีการระบาดรุนแรงจนควบคาได้ยาก อีกปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในการทำสวนส้มโอก็คือ อาการ “ส้มตุ่ม” ที่เกิดจากมีผีเสื้อกลางคืนตัวเต็มวัยเข้ามาใช้ ปากเจาะดูดกินน้ำหวานจากผลอ่อน หรือในขณะที่ดอกกำลังพัฒนาไปเป็นผล ในระยะดอกกำลังพัฒนาไปเป็นผลนี้ชาวสวนส้มโอจะมีการเฝ้าสังเกตกันอย่างใกล้ ชิด ร่วมกับการหมั่นรมควันในสวนเพื่อไล่แมลงที่จะเข้ามาทำลายผลผลิต

You can leave a response, or trackback from your own site.