แก้วมังกร

การปลูกแก้วมังกร แก้ว มังกรสามารถปลูกได้ในทุกสภาพดิน เช่น ดินปนทราย,ดินเหนียว,ดินลูกรังเป็น ต้น สำหรับดินเหนียวและดินลูกรังจำเป็นจะต้องมีการปรับหน้าดินด้วยการใส่ ปุ๋ยคอกและแกลบดำ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินให้เหมาะสมต่อการปลูกแก้วมังกร ด้วย อีกประการหนึ่งต้นแก้วมังกรเป็นต้นไม้
ที่ชอบอาศัยอยู่ในดินโปร่ง ร่วนซุย ไม่แน่นจนเกินไป และสามารถระบายน้ำได้ ดี ด้วยความที่แก้วมังกรเป็นพืชตระกูลตะบองเพชรจึงเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อน และแดดจัดในการปลูกแก้วมังกรนั้นจึงควรเตรียมพื้นที่ให้อยู่ที่โล่งแจ้งไม่มีร่มเงา ของต้นไม้อื่นมาบดบัง แก้วมังกรจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีและออกดอกออกผลได้ อย่างน่าพอใจ

วิธีการปลูกแก้วมังกร : สามารถปลูกได้สองรูปแบบได้แก่
1. ปลูกในกระถาง (ใช้ต้นมังกร 1-2 ต้นต่อหนึ่งหลัก)
2. ปลูกบนดินหรือพื้นที่บริเวณกว้าง(ใช้ต้นมังกร 4 ต้นต่อหนึ่งหลัก)

**การปลูกในกระถางเป็นการปลูกเพื่อไว้ประดับหรือเป็นไม้มงคลเท่านั้น

การปลูกในกระถาง

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการปลูก
1.ท่อน้ำทิ้งข้างในกลวงหน้ากว้าง4 นิ้ว ยาว 1.3 เมตร(หรือเสาไม้ก็ได้)
2.กระถางหน้ากว้าง 50 ซ.ม.
3.ค้างด้านบนอาจทำจากไม้หรือปูนเป็นรูป 4 เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง x ยาว 30 ซ.ม
4.ขุยมะพร้าว
5.ดิน
6.เชือกฟาง

วิธีการปลูกแก้วมังกรในกระถาง

1.ใช้เสาตั้งเป็นหลักในกระถาง
2. ใส่ขุยมะพร้าวรองก้นกระถาง เพื่อให้น้ำถ่ายเทได้ดีในอัตราส่วน1ใน3ของปริมาตรกระถาง จากนั้นนำดินสำเร็จรูปผสมกับขุยมะพร้าวหรือแกลบดำ ใส่ลงไปในกระถางจนถึงขอบกระถาง
3.นำต้นแก้วมังกรมาปลูกให้ชิดกับเสาแล้วใช้เชือกฟางมัดต้นแก้วมังกรให้ติด กับเสาไม่ต้อง(มัดให้แน่นมากควรผูกไว้จนกว่าต้นแก้วมังกรจะเจริญเติบโตจนพ้น หัวเสา
4.จากนั้นนำดินมากลบด้านบนของกระถางเป็นอันเสร็จ

**ต้นแก้วมังกร เป็นสามเหลี่ยมแต่จะมีอยู่ด้านหนึ่งที่เป็นด้านแบน ดังนั้นเวลาผูกต้นแก้วมังกร ให้จับด้านแบนของต้นเข้ากับหลักเพราะว่าด้านแบนเป็นด้านที่จะออกราก

การปลูกแก้วมังกรในพื้นที่บริเวณกว้าง :

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการปลูก
1.ท่อน้ำทิ้งข้างในกลวงหน้ากว้าง 6 นิ้ว ยาว 2 เมตร(หรือเสาไม้เนื้อแข็งก็ได้)
2.ไม้สนหรือไม้ไผ่ลำปล้องใหญ่(ใช้เป็นเสาเข็ม)
3.ค้างด้านบนอาจทำจากไม้หรือปูนเป็นรูป 4 เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง x ยาว 30 ซ.ม
4.ปูน
5.ดิน
6.เชือกฟาง

วิธีการปลูก

1.ใช้เสาท่อน้ำทิ้งข้างในกลวง ตั้งเป็นหลัก
2.ขุดดินลึกลงไป 30 ซ.ม.ใช้ไม้สนหรือไม้ไผ่ลำปล้องใหญ่ เป็นเสาเข็มยาว 60 ซ.ม. ตอกลึก ลงไปในดิน 30 ซ.ม.โผล่จากดิน 30 ซ.ม. จากนั้นนำหลักมาตั้งบนเสาเข็มที่โผล่แล้วเทปูนลงในเสาประมาณ 1 กระป๋องปูน เพื่อให้ปูนยึดหลักและเสาเข็มเข้าด้วยกัน
3.ฟันให้เป็นโขดรอบหลักลักษณะคล้ายฝาชี จากนั้นก็นำต้นแก้วมังกร 4ต้น มาปลูกลง 4 ด้านของหลัก โดยใช้เชือกฟางมัดแบบหลวมๆต้องมัดจนกว่าจะพ้นหัวหลัก
4.จากนั้นนำดินข้างๆโขดมากลบบนต้นที่ปลูก แต่ลักษณะยังคงคล้ายฝาชี การทำโขดแบบฝาชี เผื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านโดยไม่ขังอยู่ที่โคนต้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุ ทำให้เกิดโรคโคนเน่
5.ใช้ฟางปิดรอบโขดเป็นอันเสร็จ

**ต้นแก้วมังกร เป็นสามเหลี่ยมแต่จะมีอยู่ด้านหนึ่งที่เป็นด้านแบน ดังนั้นเวลาผูกต้นแก้วมังกร ให้จับด้านแบนของต้นเข้ากับหลักเพราะว่าด้านแบนเป็นด้านที่จะออกราก

การให้ปุ๋ยแก้วมังกร :
1.ใส่ปุ๋ยทุก 15 วัน ใส่ครั้งละ 2 – 4 ช้อนโต๊ะ สูตรที่ใช้ 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังจากใส่ปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำติดต่อกันเป็นเวลา 3วัน (วันละครั้งเช้าหรือเย็นก็ได้) ถ้ามีปุ๋ยคอกเช่นมูลไก่ หรือ มูลวัวก็ใช้ได้ และให้ใส่เดือนละ 1 ครั้ง
2. เมื่อปลูกได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ผสมกับ 15-15-15 ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง
3. บางครั้งให้ใช้สาหร่ายสกัดผสมน้ำรดเพื่อช่วยเร่งในการเจริญเติบโต และอาหารเสริมต่างๆด้วย
4.ต้องฉีดยาเชื้อราคลุมเวลาฝนตกหลายวันติดกัน หรือช่วงที่ต้นมังกรติดลูก แล้วฝนตกชุก เพราะถ้าไม่ฉีดอาจจะทำให้ดอกร่วง ติดผลน้อย หรืออาจเป็นโรคแอนเทคโนได้
5.ควรใช้ปุ๋ยทางใบ(ปุ๋ยเกล็ด)เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตของต้นแก้วมังกร ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น สูตรที่ใช้คือ (18-18-18),(21-21-21)
6.ควรใช้ยาสารเร่งประสิทธิภาพ (ยาจับใบ ) ทุกครั้งที่ฉีดพ่นปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลง เพราะผิวของต้นแก้วมังกร มีลักษณะมันและลื่นทำให้ยาและปุ๋ยไม่สามารถจับติดกับต้นได้ดี
การรดน้ำ

ให้รดน้ำเพียง 1 ครั้ง ภายใน 2 – 3 วัน และไม่ควรรดมากเกินไปเพราะอาจทำให้เป็นโรคโคนเน่าได้

การให้ผลผลิต :

เมื่อปลูกแก้วมังกรได้ 8 เดือน – 1 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิตประมาณ 30ผลต่อหนึ่งค้าง ปีที่ 2 ประมาณ 50ผลต่อหนึ่งค้าง ปีที่ 3ประมาณ 100 ถึง 200 ผลต่อหนึ่งค้าง ปีที่4- 15 ประมาณ 300 ผลต่อหนึ่งค้างขึ้นไป ขนาดของผลโดยเฉลี่ย3-4 ผลต่อหนึ่งกิโลกรัม หากต้องการให้ผลผลิตออกทั้งปีก็สามารถทำได้โดยใช้หลอดไฟขนาด 200 วัตต์หนึ่งดวงต่อเสาสี่เสา เปิดไฟตั้งแต่เวลา 19.00 ถึง 5.00 น. ติดต่อกันทุกคืนเป็นเวลา 15 คืน ตาดอกก็จะเริ่มสร้างขึ้นมา คลำดูที่ตาใต้หนามจะรู้สึกได้หลังจากนั้นอีกประมาณ 5 วัน ดอกก็จะพัฒนาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนอายุ ได้ 15 วัน ก็จะบานและผสมติดอีก 30 วัน ก็จะเริ่มสุกและเก็บผลได้

โรคและแมลงที่พบ :

1. โรคโคนเน่า ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคโคนเน่า เนื่องจากการให้น้ำมากจนเกินไปดังนั้นผู้ปลูกควรระวังการให้น้ำ และควรให้น้ำในอัตราที่เหมาะสม หากเกิดโรคแล้วให้ปาดเนื้อที่เน่าออกแล้วนำปูนแดง(ปูนทาหมาก)ทาที่แผลหรือ ใช้ยาป้องกันเชื้อราทาก็ได้
2. ศัตรูตัวฉกาจของแกว้มังกรก็คือ เจ้ามดคันไฟกัดยอดอ่อน หากมีมดมาก่อกวนให้ใช้ยาฆ่ามดกำจัด ตัวอย่างยี่ห้อยาเช่น ซันเจี่ย ,เซฟวิน85, คลุก40 ,หรือฟูราดาน


การเพิ่มขนาดผลแก้วมังกร
แก้วมังกร ผลไม้ ม้ามืดตีตลาดเพียง 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคผลไม้เป็นอย่าง ยิ่ง อันเนื่องมาจากสรรพคุณทางยา และสามารถทานเพื่อลดน้ำหนักได้อีกด้วย
แก้วมังกรเป็นไม้ผลเมืองร้อนที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศของ เมืองไทย ปลูกและดูแลรักษาง่าย แต่ถ้าต้องการให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี สี สวย รสหวานฉ่ำ ผลใหญ่ เนื้อแดง ตรงตามความนิยมของผู้บริโภคในเมืองไทย จำ ต้องอาศัยเทคนิคการดูแลรักษาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าของสวน
ดังตัวอย่างของชาวสวนผุปลูกแก้วมังกรในเขต จังหวัดจันทบุรี ที่อาศัย ประสบการณ์และความรู้ความชำนาญด้านงานสวนจนค้นพบสูตร และ เทคนิค ในการบำรุง สวนแก้วมังกรให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ตามแบบฉบับของชาวจันทบุรี ดังราย ละเอียดต่อไปนี้

หลักการเตรียมแปลงปลูก :

1. พื้นที่ในการปลูกต้องเป็นดินร่วนโปร่ง มีแร่ธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ์
2. เตรียมการยกร่องระหว่างแถวระยะ 3 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 1.5 เมตร
3. ปักเสาปูนสูง 1.5 เมตร เพื่อเป็นที่ยึดของต้นแก้วมังกร
4. จัดเตรียมระบบน้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์

รูปแบบในการปลูกแก้วมังกร :

1. นำกล้าแก้วมังกรความยาว 30 ซม. ปักลงดินส่วนที่อยู่ในดิน 3-5 ซม. ปักให้ติดกับเสา
จำนวน 2 กิ่ง/1เสา
2. ให้น้ำทันทีหลังปลูกเสร็จ

เทคนิคการดูแลรักษาแก้วมังกร :

1. ให้น้ำ 3 วันต่อครั้ง ปล่อยน้ำครั้งละ 1-1.5 ชม.
2. ใส่ปุ๋ยคอก มูลวัน 2 สัปดาห์ต่อครั้ง (รองโคนต้น)
3. หลังจากมีการเติบโตสักระยะ จะมีผลิตใบออกตามข้อของลำต้น เราต้องหมั่นตัดทิ้งเพื่อให้ส่วนบริเวณลำต้นเติบโตสูงจนสุดปลายเสาแล้วจึง ปลายให้มีการเจริญเติบโตของใบรอบทิศทาง
4. บำรุงต้นโดยปุ๋ยชีวภาพและการให้ปุ๋ยคอกด้วยมูลวัวเท่านั้น

เทคนิคการเพิ่มขนาดผลแก้วมังกร :

1. เมื่อต้นเจริญเติบโตในช่วงปีแรกให้เน้นการบำรุงต้นด้วยปุ๋ยมูลวัว แต่หลังจากเข้าปีที่สอง ต้นแก้วมังกรเริ่มมีผลผลิตเราจะมีการตกแต่งใบ
2. การตกแต่งใบ โดยการตัดใบที่แก่ทิ้งเป็นระยะ ๆ โดยจะทำการขุดหลุมลึกประมาณ 80 ซม. ใต้โคนต้นโดยประมาณ 3 หลุมใน 1 แถวของการปลูกแก้วมังกร
3. ตัดใบทิ้งลงหลุม (คือการเป็นปุ๋ยให้กับแก้วมังกรด้วยใบแก่ของมันเอง)
4. หมั่นสังเกตุการออกดอก เมื่อมีการเริ่มผลิดอก หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์จะเห็นเป็นลูกใต้กลีบเลี้ยงของดอก โดยดอกก็จะค่อยๆ เหี่ยวแห้ง เราจึงดึงดอกทิ้ง
5. รอการเก็บเกี่ยวผลผลิต ผลแก้วมังกรเติบโตเต็มที่และมีความแก่จัดสังเกตได้จากสีของผลแก้วมังกรจะมีสีแดง

การเก็บเกี่ยว :

-สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 9 – 10 ครั้ง/ปี


การลดการทำลายของหนูกัดกินผลแก้วมังกร
หนูเป็นศัตรูที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร

โดยหนูจะกัดกินผลแก้วมังกรสุก ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก จากการสังเกตการณ์ทำลายพบว่า หนูจะกัดกินผลแก้วมังกรจนหมดผลแล้วจึงไปกัดกินผลอื่นต่อ ซึ่งเกษตรกรได้ทดลองปล่อยให้หนูกัดกินผลที่ถูกกัดโดยไม่เด็ดผลทิ้งไปก่อนที่ หนูจะกัดกินจนหมดผล ปฏิบัติเช่นนี้หนูจะกัดกินผลแก้วมังกรประมาณ 6 – 7 ผลต่อรุ่น ทำให้ลดความเสียหายได้มาก และเป็นวิธีการที่เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้โดยไม่ต้องใช้เทคนิควิธียุ่งยาก และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

You can leave a response, or trackback from your own site.